Vietnam Tourism

  • ท่องหมู่บ้านผ้าไหมโบราณดั้งเดิมของเวียดนาม

 

เคียงคู่ไปกับการพัฒนาและความเป็นเมืองที่ทันสมัยมากขึ้นของสังคม ยังมีหมู่บ้านหัตถกรรมดั้งเดิมอีกหลายแห่งที่คงอยู่พร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเวียดนาม

  1. หมู่บ้านผ้าไหมวันฟุก, ฮาดอง, ฮานอย

หมู่บ้านผ้าไหมวันฟุกเป็นหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ในเขตฮาดอง ห่างจากกรุงฮานอยไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร หมู่บ้านแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าไหมคุณภาพสูงซึ่งย้อนไปได้ถึงสมัยราชวงศ์ลี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 อย่างไรก็ตาม หมู่บ้านแห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักจนกระทั่งมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหมได้เริ่มขจรขจาย และกลายเป็นหนึ่งในหมู่บ้านหัตถกรรมดั้งเดิมที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดในฮานอย

vp

ผ้าไหมวันฟุกเป็นที่ยอมรับในเรื่องเนื้อผ้าที่เรียบเนียน บางเบา และสวมใส่เย็นสบาย ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในสมัยราชวงศ์เหวียน ผ้าไหมวันฟุกถูกนำมาใช้เพื่อตัดเย็บฉลองพระองค์ของสมาชิกราชวงศ์ในนครจักรพรรดิแห่งเว้ ต่อมาผ้าไหมวันฟุกได้เดินทางไปสู่ยุโรปเป็นครั้งแรก และได้รับความนิยมอย่างมากหลังจากได้นำไปจัดแสดงในงานนิทรรศการผ้าไหมนานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศสในช่วงทศวรรษที่ 1930

การมาเยือนหมู่บ้านผ้าไหมวันฟุกคือโอกาสที่จะได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของหมู่บ้านทางตอนเหนือของเวียดนาม ชมช่างฝีมือท้องถิ่นที่กำลังทำงานอยู่บนกี่ทอผ้าเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่หลากหลาย เช่น ผ้าพันคอ ชุดกระโปรง เนคไท และอีกมากมาย ผู้มาเยือนจะได้เห็นต้นไทรโบราณขนาดใหญ่ บ่อน้ำเก่าแก่ และอาคารศาลาประชาคมที่ยืนหยัดคู่หมู่บ้านมานานหลายศตวรรษ

vp1
  1. หมู่บ้านผ้าไหมญาซ้า, ห่านาม

หมู่บ้านผ้าไหมญาซ้า ตั้งอยู่ในชุมชนหมกนาม อำเภอดวีเตียน จังหวัดห่านาม บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำแดง ติดกับจังหวัดฮึงเยน ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของหมู่บ้านญาซ้าเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดมาตั้งแต่สมัยโบราณ 

กระบวนการผลิตผ้าไหมมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การปั่นด้าย การเตรียมเส้นด้ายยืน การทอ ไปจนถึงการย้อมสี

nhaxa

เครื่องทอผ้าที่หมู่บ้านผ้าไหมญาซ้า ภาพ: TITC

ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมญาซ้ามีความหลากหลายทั้งในด้านประเภทและคุณภาพ ทั้งผ้าไหมยกดอก ผ้าไหมเนื้อเรียบ และผ้าไหมมีลวดลาย ซึ่งมีดีไซน์และสีสันที่หลากหลาย ผ้าลินินก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมและมีความหนาหลายระดับ จากผ้าลินินนี้ ช่างฝีมือชาวญาซ้าสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สวยงามสะดุดตาในขนาดต่างๆ เช่น ผ้าเช็ดตัวและเสื้อเชิ้ต

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นจุดแวะพักที่สะดวกสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังนิงห์บิณฑ์ หรือจะเดินทางมาท่องเที่ยวแบบวันเดย์ทริปจากฮานอยก็ได้

  1. หมู่บ้านผ้าไหมเตินเจิว, อานซาง

หมู่บ้านผ้าไหมเตินเจิวตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดอานซาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์การทำผ้าไหมมาอย่างยาวนาน เทคโนโลยีการทอผ้าไหมท้องถิ่นได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาหลายชั่วอายุคน

ผ้าไหมเตินเจิวมีชื่อเสียงในเรื่องความนุ่มนวล ความเหนียว ทนทาน และการดูดซับได้ดีของวัสดุเส้นไหมธรรมชาติ เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหมเตินเจิวให้ความรู้สึกสวมใส่สบาย เย็นสบายในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว ในความเป็นจริง วัตถุดิบสำหรับทำผ้าไหมเตินเจิวล้วนผลิตโดยคนในท้องถิ่น พวกเขาปลูกพืชอาหารสำหรับเลี้ยงหนอนไหมเพื่อผลิตเส้นไหม และปลูกต้นไม้ที่เรียกว่า “mặc nưa” (มะเกลือ) เพื่อนำผลมาใช้ย้อมสี การจะผลิตผ้าไหมเตินเจิวได้ยาวหนึ่งเมตรนั้น ผู้ผลิตต้องใช้เวลาและแรงงานอย่างมากในขั้นตอนต่างๆ

นอกจากสีดำดั้งเดิมจากสีย้อมธรรมชาติของผลมะเกลือแล้ว ผู้ผลิตผ้าไหมเตินเจิวยังได้พัฒนาเทคนิคการย้อมสีแบบอื่นๆ เพื่อสร้างสรรค์สีสันใหม่ๆ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นทุกวัน

  1. หมู่บ้านผ้าไหมควีเซวียน, ฮอยอัน

หมู่บ้านผ้าไหมควีเซวียน หรือที่รู้จักในชื่อ หมู่บ้านผ้าไหมฮอยอัน ตั้งอยู่ในเมืองฮอยอัน จังหวัดกวางนาม ประเทศเวียดนาม หมู่บ้านที่มีการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี และจนถึงปัจจุบันยังคงรักษากระบวนการทุกขั้นตอนไว้ได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเลี้ยงหนอนไหมไปจนถึงการทอผ้าไหม

hoian

เมื่อมาเยือนฮอยอัน อย่าลืมแวะไปที่หมู่บ้านผ้าไหมควีเซวียนเพื่อสัมผัสกับขั้นตอนต่างๆ ของการแปรรูปผ้าไหม ตั้งแต่สวนใบหม่อนโบราณสำหรับเลี้ยงหนอนไหม ไปจนถึงสถานที่ทอผ้า จากเส้นไหมบนกี่ทอผ้าจนเสร็จสิ้นออกมาเป็นเสื้อหรือผ้าพันคอสีสันสดใส

ผู้มาเยือนจะได้สำรวจและเรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจจากแหล่งเรียนรู้การทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมของเวียดนาม นักท่องเที่ยวไม่เพียงแต่จะประทับใจในความงดงามของการทำงานอย่างขยันขันแข็งและน่าชื่นชมของเหล่าช่างฝีมือเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เห็นคุณค่าของงานหัตถกรรมพื้นบ้านแต่ละชิ้นมากยิ่งขึ้นด้วย