หลังจากเปิดตัวทาง Netflix ภาพยนตร์เรื่อง A Tourist’s Guide to Love ก็ครองตำแหน่งภาพยนตร์ที่มีผู้ชมมากที่สุดทั่วโลกบน Netflix ในเวลาอันรวดเร็ว
แม้จะเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ทั่วไปที่หลายคนอาจมองหาในวันเสาร์ที่แสนเกียจคร้าน แต่ A Tourist’s Guide to Love ก็ชูความงดงามของประเทศเวียดนามอย่างแท้จริง โดยนำเสนอเมืองและทิวทัศน์อันหลากหลายผ่านการเดินทางของ Amanda (แสดงโดย Rachael Leigh Cook จาก She’s All That) และผองเพื่อนใหม่ที่มาร่วมค้นพบความมหัศจรรย์ของเวียดนาม พวกเขาได้พบกับการผจญภัยและความโรแมนติกในตลาด ถนน วัดวาอาราม และหมู่บ้านโบราณ ซึ่งล้วนแต่เป็นสถานที่ถ่ายทำจริงในฉากที่สวยงามที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้
ในฐานะคนที่ไม่เคยไปเวียดนามมาก่อนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะคุ้มค่าแก่การรับชมเพียงเพื่อให้ได้สัมผัสถึงบรรยากาศของประเทศที่น่าทึ่งนี้… พวกเราถ่ายทำในนครโฮจิมินห์, ฮอยอัน, ดานัง, ห่าซาง และฮานอย ซึ่งทุกเมืองล้วนมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งในด้านรูปลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และพลังงาน…
Cook กล่าวกับ Tudum ของ Netflix
อยากไปสำรวจเวียดนามด้วยตัวเองแต่ยังไปไม่ได้ในตอนนี้ใช่ไหม? ตามไปเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าจดจำที่สุดในเวียดนามจากภาพยนตร์ A Tourist’s Guide to Love ด้านล่างนี้กันเลย แน่นอนว่าไม่ต้องใช้พาสปอร์ต
มหานครอันพลุกพล่าน ศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรม เนื่องจากเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องถนนหนทางที่คึกคัก ตึกระฟ้าที่น่าประทับใจ และชีวิตยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวจึงสามารถค้นพบสิ่งต่าง ๆ และสถานที่ที่น่าสนใจมากมายให้สัมผัส เมืองนี้ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม แลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และยังเป็นที่ตั้งของตลาดเบ๊ญถัญ (Ben Thanh Market) ที่มีชื่อเสียงอีกด้วย สถานที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งไซง่อน (The Notre-Dame Cathedral Basilica of Saigon) ตัวอย่างสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมฝรั่งเศสที่งดงาม โดดเด่นด้วยหน้าต่างกระจกสีและงานแกะสลักอันวิจิตรบรรจง; ไปรษณีย์กลางไซง่อน (The Saigon Central Post Office) สถานที่ที่ผู้รักสถาปัตยกรรมต้องไม่พลาดชม ซึ่งมีห้องต่าง ๆ มากมายให้สำรวจและรายละเอียดอันวิจิตรตระการตาให้ชื่นชม; อุโมงค์กู๋จี (Cu Chi Tunnels) เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินอันน่าทึ่งในช่วงสงครามกู้ชาติของชาวเวียดนาม และห่างจากใจกลางเมืองไม่ไกลนัก สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta) ก็นำเสนอทริปล่องเรืออันยอดเยี่ยมเพื่อชมวิวทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของนาข้าวและบ้านเรือนแพที่ก่อเกิดเป็นตลาดน้ำอันเป็นเอกลักษณ์
อาสนวิหารน็อทร์-ดาม
เมืองโบราณฮอยอัน
ฮอยอัน เมืองชายฝั่งทะเลอันงดงามของเวียดนาม ขึ้นชื่อเรื่องโคมไฟทำมือ บ้านเรือนสีเหลืองมัสตาร์ด และเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มข้นให้คุณได้สัมผัส เมืองโบราณซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เป็นสถานที่ที่สวยงามสะกดสายตา หากต้องการสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น คุณสามารถไปเยือนหมู่บ้านผักจ่าเกว (Tra Que Vegetable Village) ซึ่งชาวบ้านปลูกผักใบเขียวชอุ่ม หรือไปที่โรงกลั่นเหล้ารัมอินโดจีนของแบรนด์ Sampan (Sampan’s Distillerie d’Indochine) เพื่อลิ้มลองเหล้ารัมหนึ่งเดียวที่ผลิตในเวียดนาม ไม่ว่าจะเพื่อเอาใจผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมหรือผู้ที่รักความสบายที่ต้องการพักผ่อนบนชายหาดอันบริสุทธิ์ ฮอยอันคือจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมซึ่งมีทุกสิ่งสำหรับทุกคน กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ การนั่งเรือกระด้งอันเป็นเอกลักษณ์ สัมผัสชีวิตเกษตรกรที่หมู่บ้านผักจ่าเกว แวะชมศูนย์ศิลปะ Lune Centre และเรียนรู้วิธีการทำไหมที่หมู่บ้านผ้าไหมฮอยอัน (Hoi An Silk Village)
เมืองชายฝั่งทะเลทางตอนกลางของเวียดนามที่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทราย ด้วยแนวชายหาดที่โค้งมนทอดยาวอย่างงดงาม ดานังมีพื้นที่ชายหาดที่ตอบโจทย์ผู้ที่รักการอาบแดดในทุกรูปแบบ และยังมีอะไรอีก? ปราสาทหินหมีเซิน (My Son Sanctuary) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองแห่งสะพาน โบราณสถานแห่งนี้เป็นกลุ่มวิหารจามปาที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยิ่ง โดยได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดู วิหารทั้งหมดในโบราณสถานหมีเซินสร้างขึ้นจากอิฐและหิน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศของดวงอาทิตย์ขึ้น บนผนังของวิหารและเจดีย์ต่าง ๆ มีงานแกะสลักที่ประณีต ละเอียดอ่อน และพิถีพิถัน พร้อมรายละเอียดอันซับซ้อนมากมาย
วัดลินห์อึ๋ง
เป็นบ้านเกิดของ Sinh (รับบทโดย Scott Ly) ซึ่ง Amanda และเพื่อน ๆ ไปร่วมฉลองเทศกาลเต๊ด (Tet) ในฐานะแขกผู้มาเยือน ห่าซางเป็นจังหวัดบนภูเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ถึง 22 กลุ่ม และเป็นที่รู้จักในนามของดินแดนที่ “ดอกไม้เบ่งบานบนโขดหิน” ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ห่าซางจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ โดยเฉพาะดอกซากุระ ดอกพลัม ดอกมัสตาร์ด และดอกแพร์ในเดือนมีนาคม ฤดูใบไม้ผลิยังเป็นฤดูกาลแห่งเทศกาลต่าง ๆ อีกด้วย ส่วนในเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปี นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ และชมทุ่งดอกบัควีทสีม่วงอมชมพูที่บานสะพรั่งปกคลุมทั่วทุกหมู่บ้านเล็ก ๆ ด้วยตาตัวเอง
ทิวทัศน์แม่น้ำญอเกวจากมุมสูง
นอกจากทิวทัศน์ธรรมชาติที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ตระการตาแล้ว ห่าซางยังมีแหล่งโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น ประตูสวรรค์และภูเขาคู่กวานบา (อำเภอกวานบา) พระราชวังตระกูลเวืองและเสาธงหลุงกู (อำเภอด่งวัน) ช่องเขาหมาปี่เหล่ง (อำเภอแหม่ววัค) น้ำตกเตียน (น้ำตกนางฟ้า) – ช่องเขาซอ (ช่องเขาลม) และทุ่งหินโบราณนามดาน (อำเภอซินแมน) รวมถึงลำธารน้ำแร่กวางเงินในอำเภอวีเซวียน เป็นต้น
วิหารวรรณกรรม (ฮานอย)
ในที่สุดการผจญภัยก็สิ้นสุดลงที่ฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม เมืองที่โอบรับและผสมผสานความอบอุ่นของขนบธรรมเนียม ความเก่าแก่ และความสงบเงียบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ฮานอยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง เช่น วิหารวรรณกรรม ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม และเป็นสถานที่ศึกษาของนักปราชญ์และขุนนางที่มีชื่อเสียงหลายร้อยคน ฮานอยยังเป็นสถานที่สำหรับความสนุกสนานและการสำรวจด้วยการแสดงศิลปะมากมาย เช่น การเชิดหุ่นกระบอกน้ำ การแสดง The Quintessence of Tonkin... ทั้งยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งและเป็นสวรรค์สำหรับการเดินเล่นชิมอาหารริมทางอย่างแท้จริง
การแสดงหุ่นกระบอกน้ำ
ผู้ชมภาพยนตร์เรื่อง คู่มือรักฉบับพกพา (A Tourist’s Guide to Love) อาจพบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีมุกตลกแนวคนหลงถิ่น ฉากตัดต่อช้อปปิ้งละลานตา ความลับที่รอการเปิดเผย และการวิ่งไปบอกรักในนาทีสุดท้าย แต่ในครั้งนี้ เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นโดยมีฉากหลังเป็นประเทศเวียดนามในยุคปัจจุบัน ซึ่งช่วยให้ผลงานชิ้นนี้มีความแปลกใหม่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยพื้นฐานแล้ว “A Tourist’s Guide to Love” เปรียบเสมือนบันทึกการเดินทางที่มีเส้นเรื่อง และเป็นแรงบันดาลใจให้คุณแพ็คกระเป๋าเดินทางมายังเวียดนาม เพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน สนุกสนาน และที่สำคัญที่สุดคือการได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระและเต็มที่ในเวียดนาม
เราหวังว่าจะได้พบคุณที่เวียดนามด้วยตัวเองในเร็ว ๆ นี้!